สาเหตุที่เราอยากทำโครงหน้าเพราะเราเป็นคนหน้าบานและมีโหนกแก้มที่ชัด เราเคยฉีดโบท็อกหลายครั้งครั้งละหลายหมื่น แต่ไม่สำหรับเราหน้าก็ยังไม่ได้เรียวแบบวีเชฟเหมือนคนอื่น พอลองปรึกษาคุณหมอดู หมอก็บอกว่าหน้าเราที่ดูใหญ่เป็นเพราะกระดูกไม่ใช่กล้ามเนื้อเพราะฉนั้นโบท็อกเลยช่วยไม่ได้มาก ถ้าอยากหน้าเรียวเลยก็ต้องตัดกระดูก เป็นลมแพร๊บบบ

จากนั้นการค้นหาข้อมูลของเราก็เปลี่ยนไป จากฉีดโบท็อกที่ไหนดี ก็กลายเป็นตัดโครงหน้าที่ไหนดี ผลแสดงการค้นหาเยอะมาก เยอะมากๆๆๆ มีทั้งรีวิวชื่อคลินิกทั้งไทย ทั้งเกาหลี เอเจ่นอีกมากมายก่ายกอง เราก็เริ่มคลิกเข้าไปอ่านทีละอัน เริ่มจากคลินิกที่ไทย

แต่ผ่าตัดใหญ่ที่คลินิกตะปลอดภัยร๋อไม่เอาเปลี่ยนๆ ผ่าตัดที่โรงพยาบาลไทยเทคนิคเกาหลี อื้อหือ ราคาแพงเหมือนกันนะ เพิ่มอีกนิดหน่อยไปเกาหลีได้เลย เราลองเปรียบเทียบราคาและรีวิวหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการส่ง e-mail  ไปขอราคาจากโรงพยาบาลโดยตรง และเทียบราคาจากเอเจ่น สุดท้ายเรามาจบกับ เอเจ่นของพี่เคท ชื่อ surgery review สาเหตุที่ทำให้เราเรือกให้ surgery review ดูแลเพราะ

  1. เค้าเปิดมานานและมีรูปรีวิวอัพเดทตลอด เรามองว่าน่าเชื่อถือ
  2. ราคาไม่แรงแบบเวอร์วัง
  3. พี่เค้าตอบแชทเราไวสุด ตอบทุกอย่างแบบตรงๆ
  4. มีงานปรึกษาตลอดเพราะเราตามไลน์@กับเพจพี่เค้ามาสักพัก ทำให้เราได้เจอหมอก่อนตัดสินใจ
  5. พี่เค้าเน้นส่งคนไข้ตามความเหมาะสม กับหมอเฉพาะทาง
  6. ไม่เชียร์ให้ทำทุกอย่างพร้อมกัน คือ ถ้าเรากังวลจุดไหนให้ทำจุดนั้นก่อน
  7. เรารู้สึกสบายใจ เหมือเค้าไม่ได้บังคับให้เราทำ (แบบต้องทำอันนี้ต้องแก้ตรงนั้นด้วย)ประมาณนี้

เอเจ่นพี่เค้าดิวกับโรงพยาบาลหลายที่แต่ของเราเลือกทำที่ EU เพราะเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางและไม่มีสายเดรนเลือด นี่เป็นครั้งแรกที่เป็นการผ่าตัดใหญ่สำหรับเราค่ะ ตอนแรกในใจก็กลัวมากเพราะเคยอ่านรีวิวเห็นคนอื่นต้องใส่สายเดรนเลือด มันดูอึดอัดและน่ากลัวสำหรับเรา เราเลยเทใจให้รพ.นี้ค่ะ

การเดินทาง เราไปกับพี่อีกคนที่เจอกันในงานปรึกษาคุณหมอที่ surgery review จัดนั่นแหละค่ะตอนแรกว่าจะไปคนเดียวแต่พี่เค้าก็ไปคนเดียวเหมือนกันก็เลยนัดไปพร้อมกันเลย

พอไปถึงจะมีรถมารอรับที่สนามบินค่ะ คนขับจะถือป้ายชื่อรออยู่ จากนั้นก็จะพาเราไปส่งที่รพ. มีล่ามรออยู่แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะคุยกับใครไม่รู้เรื่องนะคะ วันนี้เรามาพบคุณหมอ ทำ CT Scan กับตรวตร่างกายไว้ก่อน พอเสร็จล่ามก็พาไปส่งที่พักค่ะ ของเราผ่าตัดวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ต้องงดน้ำงดข้าวตั้งแต่เที่ยงคืน

วันนี้หลังเก็บของเรียบร้อยเราก็ออกไปซื้อของมาเตรียมไว้สำหรับการพักฟื้น ลืมบอกพี่อีกคนรอบนี้ยังไม่ได้ทำที่เดียวกับเรานะคะ พี่เค้ามาดูดไขมันตัวกับอีกรพ.ก่อนเอเจ่นพี่เคทดูแลเหมือนกันค่ะ และพี่เค้าก็จองทำโครงหน้าที่เดียวกับเราด้วยค่ะ

ก่อนปรับโครงหน้าให้หวาน

ก่อนเข้าห้องผ่าตัดเราจะพบคุณหมออีกครั้ง เพื่ออธิบายการผ่าตัด รูปหน้าที่เราอยากได้ พอคุยกับคุณหมอเรียบร้อย ก็จะเจอกับวิสัญญีแพทย์สอบถามประวัติ การแพ้ยาต่างๆ เพื่อวางยาสลบ(ต้องบอกทุกอย่างตามความเป็นจริงนะคะเพื่ความปลอดภัย) หลังจากนั้นใส่สายน้ำเกลือและฉีดยาผ่านทางสายน้ำเกลือ

ผ่านไปประมาณ 2-3 ชั่วโมงเราจำไม่ได้ ตื่นเพราะมีพยาบาลปลุก เรามึนๆงงๆ อึดอัดนิดหน่อยแต่ไม่รู้สึกเจ็บ มันเวียนๆวิ้งๆ หายใจไม่ค่อยคล่อง เป็นผลมาจากยาสลบ พยาบาลให้เราหายใจยาวๆ แต่พี่เคทบอกให้เราอะแอมแรงๆ ไอบ่อยๆ ปอดจะได้กลัยมาปกติได้เร็วขึ้น พี่เคทเป็นเทนนิคจากคุณหมอ เราทำตามประมาณ 1-2 ชม.เราก็รู้สึกดีขึ้น ไม่ค่อยเบลอ

วันนี้ก่อนออกจากรพ. คุณหมอเข้ามาดูอาการ และให้เรารับยาไปทานก่อนกลับที่พัก ของเราพี่ล่ามเป็นคนไปรับยามาให้ ยาที่นี่จะจัดไว้เป็นชุดซองๆ เรากินให้ตรงตามที่หมอบอกก็พอ ไม่ยุ่งยากมานั่งจัดยาเอง

โครงหน้าดูหวานขึ้นหลังศัลยกรรม 3

หลังผ่าตัดเริ่มเห็นโครงหน้าใหม่เลย ไม่บวมน่ากลัวเหมือนที่เพื่อนเราผ่าตัดทำหน้าที่ไทยด้วย เราว่าน่าจะเกี่ยวกับเทคนิคของหมอและเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้

ช่วงแรกใส่ผ้ารัดหน้าทุกวันนะคะ แก้วจะได้ไม่ห้อยหลังผ่าตัด

ทำเลเซอร์ลดบวมหลังศัลยกรรมโครงหน้าให้หวาน

วันนี้แกะเทปที่คาง หมอฉีดยาลดบวมให้ 1 เข็ม แล้วทำเลเซอร์ลดบวม เราว่ามันยุบบวมไวและแทบจะไม่ช้ำเลย ส่งรูปไปอวดเพื่อน เพื่อนยังบอกบวมน้อยมาก

เราว่าการเดินทางคนเดียวไม่น่ากลัวเลย สำหรับใครที่อยากมาทำแต่ไม่มีเพื่อนเดินทาง มันเป็นการศัลยกรรมที่ชิวมาก และหลังผ่าตัดเอเจ่นยังคอยดูแลถามไถ่อยู่ตลอด ถ้ามีปัญหาคือเค้าพร้อมที่จะช่วยเหลือเราตลอดเวลา ถ้าเจอคนดูแลดีการทำศัลยกรรมจะไม่น่ากลัว

รีวิวจากกระทู้ : pantip.com

จากเว็บไซต์ : srsurgeryreview.com