วันนี้เรามาพูดถึง Mesotherapy หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า เมโสหน้าใส พอได้ยินคำนี้แล้ว บอกได้เลยว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก เนื่องจากเป็นการทำทรีทเม้นท์บำรุงผิวหน้าที่นิยมกันมากในขณะนี้ เพราะคุณสมบัติที่โดดเด่นของเมโสหน้าใส จะช่วยให้ผิวหน้าของเรา ขาวใส เรียบเนียน และ รูขุมขนเล็กกระชับขึ้น เห็นผลเร็วภายใน 7 วัน

เมโสหน้าใส คืออะไร?

เมโสหน้าใส คือการฉีดวิตามินต่างๆ เข้าสู่ผิวหน้าเพื่อให้ผิวหน้าสดใส ช่วยบำรุงผิวหน้า รูขุมขนดูกระชับ ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และ ช่วยลดรอยสิวให้ดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผิวหน้ามีความสดใสมากกว่าที่เคย

เมโสหน้าใส VS มาเด้คอลลาเจน ต่างกันอย่างไร?

การฉีดเมโสหน้าใส เป็นการเติมสารบำรุงผิวที่เห็นผลได้ไวกว่าการทาครีมบำรุงผิว ช่วยรักษาปัญหาของผิวได้อย่างเร่งด่วน เช่น ช่วยปรับให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้น เรียบเนียน ขาวใสขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว
การฉีดมาเด้คอลลาเจน เป็นการดีท๊อกซ์สารพิษที่ตกค้างอยู่บนผิวหน้าให้ถูกขับออกไป และเป็นการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยในการขจัดของเสียบนผิวหน้า ช่วยปรับสภาพให้ผิวหน้าแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบ อาการแพ้ของผิวหน้า ลดการเกิดสิว ได้อีกด้วย

เมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง

  • คนต้องการมีผิวหน้าที่ขาวกระจ่างใสอย่างเร่งด่วน
  • คนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง และ จุดด่างดำบนใบหน้า
  • คนที่ทาครีมบำรุงแล้วไม่เห็นผล
  • คนที่ไม่มีเวลาบำรุงผิวหน้าหลายๆขั้นตอน
  • คนที่ผิวหน้าแห้งกร้าน หมองคล้ำ และ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • คนที่ต้องการให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นแต่งหน้าติดทนนาน

ยี่ห้อของเมโสหน้าใสที่นิยม มีอะไรบ้าง? แต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร?

  1. มาเด้คอลลาเจน นิยมใช้เพื่อรักษาอาการแพ้ และ ลดสิวอักเสบบนใบหน้า ชาวยทำให้ผิวหน้าแข็งแรงมากขึ้น
  2. Cytocare ไซโตแคร์ ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดเม็ดสีฝ้ากระได้ดี ช่วยให้ผิวหน้าขาวจ่างใส และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแข็งแรง
  3. Tensonez / Depigment ช่วยลดปัญหาฝ้าบนใบหน้า ให้หน้าขาวใส
  4. Alpha albutin ช่วยในการรักษา ฝ้า กระ โดยเฉพาะ
  5. Filorga ช่วยให้ผิวขาวใส ลดฝ้า

ฉีดเมโสหน้าใสมีกี่วิธี อะไรบ้าง?

การฉีดเมโสหน้าใส 16 จุด

เป็นการฉีดตามจุดของต่อมน้ำเหลืองเพื่อให้เลือดไหลเวียงได้ตามปกติ เป็นเทคนิคของแพทย์ ที่สามารถช่วยให้เจ็บน้อย เกิดรอยช้ำน้อยและ เห็นผลเร็วมากขึ้น ภายใน 3 วัน

การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

คือการฉีดยาแบบสะกิดผิวหน้าในชั้นผิวตื้นๆ เป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า เพื่อให้วิตามินได้ซึมซาบเข้าสู่ผิวหน้าได้อย่างทั่วถึง การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิดนี้ถือเป็นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิวได้เป็นอย่างดี

เมโสหน้าใสช่วยแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง?

  • ช่วยรูขุมขนดูกระชับมากขึ้น
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยจางๆบนใบหน้า
  • ช่วยลดรอยสิว และ ช่วยลดจุดด่างดำ ให้ดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ช่วยลดความหมองคล้ำของผิวหน้า และปรับให้ผิวหน้ามีความสดใสมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยฟื้นฟูให้ผิวหน้าแข็งแรงมากขึ้น
  • ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่บนใบหน้า

เมโสหน้าใส ต้องฉีดกี่ครั้งเห็นผล? ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

การฉีดเมโสหน้าใส ตามปกติแล้วจะเริ่มเห็นผล ประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน โดยจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน แนะนำให้อาทิตย์ละครั้งในช่วง 1 เดือนแรก และ หลังจากนั้นฉีดทุกๆ 2อาทิตย์เพื่อคงสภาพของผิวหน้าที่ดีเอาไว้

นอกจากการฉีดเมโสหน้าใส ยังมีวิธีการบำรุงผิวหน้าไรอีกบ้าง?

  • การทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Whitening และ วิตามินต่างๆ
  • การทานอาหารเสริม และ วิตามินต่างๆเพื่อปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้น
  • การนวด และ การสครับผิวหน้า เพื่อเร่งผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป
  • การทานผักผลไม้ และ อาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวเป็นประจำ
  • การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเป็นประจำ
  • การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน

ถ้าหยุดฉีดเมโสหน้าใสแล้ว ผิวหน้าจะเป็นอย่างไร?

การฉีดเมโสหน้าใส ถ้าหากมีการหยุดฉีดเมโสหน้าใสเป็นระยะเวลานาน อาจจากทำให้ผิวหน้าแห้งขาดความชุ่มชื้น ผิวหน้าหมองคล้ำดูไม่สดใส อาจเกิดปัญหาผิวหน้าแพ้ง่าย และ เป็นสิวได้ แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการหยุดฉีดเมโส แต่มาจากการที่ผิวหน้าถูกทำร้าย จากมลพิษ แสงแดด ฝุ่นควัน หรือสารอันตรายที่อยู่ในครีมบำรุง โดยขาดการบำรุงอย่างล้ำลึกแบบต่อเนื่อง

สามารถเริ่มฉีดเมโสหน้าใสได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

การฉีดเมโสหน้าใสสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ถึงจะเกิดเหมาะสมและเห็นผลที่สุด เพราะจะอยู่ในช่วงวัยที่มักเกิดปัญหาต่างๆ ด้านผิวหน้า เช่น รอยสิว จุดด่างดำ ปัญหาความหมองคล้ำของผิวหน้า เป็นต้น

ฉีดเมโสหน้าใสแล้วผื่นขึ้น เกิดจากอะไร?

  • เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ จากตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน (ยาปลอม)
  • เกิดจากการสัมผัสใบหน้าหลังการฉีดเมโส
  • สถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ไม่สะอาด
  • เกิดจากการผิดกับแพทย์ ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญชาญ หรือ หมอกระเป๋า
  • เกิดจากการแพ้แอลกอฮอล์ ที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าก่อนการฉีด

หลังฉีดเมโสหน้าใสแล้วต้องปฎิบัติตัวอย่างไร?

  • ควรงดออกแดดแรงๆเป็นเวลา 48 ชม. หลังการฉีด
  • ห้ามล้างหน้าประมาณ 4-6 ชั่วโมงหลังฉีด (เพื่อให้ผิวดูดซัยตัวยาที่อยู่ในชั้นผิว)
  • งดใช้ครีมจำพวกไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวขาว
  • ควรใช้ครีมบำรุงที่มีวิตามินผสมเพื่อช่วยฟื้นฟูผิว

ใครบ้างไม่ควรฉีดเมโสหน้าใส

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
  • ผู้ที่แพ้ยาชาทุกแบบทั้งการฉีดและการทา
  • ผู้ที่ป่วยโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือดเลือดออกง่ายตามผิวหนัง
  • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่กำลังมีปัญหาสิวอักเสบรุนแรง หรือ ผิวหน้าเป็นแผลติดเชื้อ (ควรรักษาให้หายก่อนรับบริการ)
  • ผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

การฉีดเมโสหน้าใสที่ปลอดภัยควรเลือกจากอะไรบ้าง?

  • เลือกคลินิกที่มีชื่อเสียง และ มีความน่าเชื่อถือ
  • ฉีดกับคุณหมอที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์โดยดูได้จากรีวิวคนไข้ของคุณหมอ
  • เลือกคลินิกที่สามารถให้ข้อมูลของตัวยาเมโสได้อย่างละเอียดโดยไม่ปิดบังข้อมูล
  • คลินิกจะต้องเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  • คลินิกมีการแจ้งชื่อแพทย์ผู้ทำหัตถการไว้อย่างชัดเจน
  • คลินิกใช้ตัวยาของแท้ที่ผ่านมาตรฐาน อ.ย. และ สามารถตรวจสอบได้
  • คลินิกต้องมีมาตรฐานการให้บริการที่น่าประทับใจ

สรุปเมโสหน้าใส ควรทำหรือไม่?

การฉีดเมโสหน้าใส ไม่ได้มีสรรพคุณช่วยเรื่องหน้าใสอย่างเดียว แต่ยังมอบสุขภาพที่ดี ผิวหน้าที่ดูอ่อนกว่าวัย ทำให้ผิวหน้าแข็งแรงขึ้น หมดกังวลเรื่องผิวแพ้ง่าย อีกทั้งการฉีดเมโสหน้าใสด้วยเทคนิคเฉพาะจะช่วยทำให้เจ็บน้อยกว่า และ ไม่มีรอยเขียวช้ำบนใบหน้า อีกทั้งยังทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานมากขึ้น และเห็นผลเร็วภายใน 3 วัน